แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชนไก่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชนไก่ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555
กรมปศุสัตว์จัดเต็มป้องกันโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
เขียนโดย คุณมณฑิชา นาควานิช
กรมปศุสัตว์จัดเต็มป้องกันโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย(58/2555)
อธิบดีกรมปศุสัตว์ สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่มีติดต่อกับชายแดนประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า ให้เข้มงวด กวดขัน อย่างเต็มที่ เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดกิจกรรมเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ – ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่มีติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวด กวดขัน อย่างเต็มที่ ในการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
ประเทศไทยมี 27 จังหวัด ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า (ได้แก่จังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด) จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายด้านปศุสัตว์เข้าพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกหลังคาเรือน หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติให้ทำลายทันที และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่าง cloacal swab ในสัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณบ้านในทุกหมู่บ้านของตำบลตามแนวชายแดน เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกตามแนวชายแดนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการป้องกันโรคตามแนวชายแดน โดยไม่อนุญาตให้นำไก่ เป็ด ห่าน และนก รวมถึงไข่ที่ใช้สำหรับทำพันธุ์ และซากสัตว์ปีก ดังกล่าวจากประเทศกัมพูชาเข้าราชอาณาจักรจนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ ให้ด่านกักกันสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแนวชายแดน เช่น ศุลกากร ด่านตรวจคน เข้าเมือง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ ตรวจสอบ ตรวจค้นผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างละเอียดว่ามีการลักลอบนำสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ปีกเข้าราชอาณาจักรหรือไม่ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน เรือ รถเข็น ตลอดจนการเดินเท้าเข้ามา หากพบการกระทำผิดให้จับกุมดำเนินคดี ยึดของกลางเพื่อตรวจพิสูจน์ หากพบว่าเป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาดให้ทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ต่อไป และกำชับให้เจ้าหน้าที่ของด่านกักกันสัตว์ตั้งจุดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณจุดผ่านแดน โดยให้พ่นยานพาหนะทุกคันที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ตลอดจนรถเข็น โดยเน้นให้ฉีดพ่นด้วยเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อแรงดันสูงที่ล้อรถและบริเวณใต้ท้องรถ หากเป็นรถบรรทุกสัตว์ให้ฉีดพ่นทั้งบริเวณที่บรรทุกสัตว์ให้เปียกชุ่ม
อีกทั้งเน้นประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนบริเวณแนวชายแดน ตลอดจนผู้ที่เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรให้ระมัดระวังป้องกันโรคไข้หวัดนก ตลอดจนขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสการลักลอบนำเข้าสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีก ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณแนวชายแดนมีการพบปะหารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านโรคระบาดสัตว์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นประจำทั้งอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ และด่านกักกันสัตว์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลาดตระเวนดักซุ่มหาข่าวการลักลอบนำเข้าสัตว์และซากสัตว์เป็นประจำ พร้อมทั้งดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด
และสุดท้ายต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานทุกฝ่ายให้ดำเนินงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
………………………………………………………
ข้อมูล : สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กรมปศุสัตว์
กรมปศุสัตว์จัดเต็มป้องกันโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย(58/2555)
อธิบดีกรมปศุสัตว์ สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่มีติดต่อกับชายแดนประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า ให้เข้มงวด กวดขัน อย่างเต็มที่ เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดกิจกรรมเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ – ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่มีติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวด กวดขัน อย่างเต็มที่ ในการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
ประเทศไทยมี 27 จังหวัด ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า (ได้แก่จังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด) จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายด้านปศุสัตว์เข้าพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกหลังคาเรือน หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติให้ทำลายทันที และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่าง cloacal swab ในสัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณบ้านในทุกหมู่บ้านของตำบลตามแนวชายแดน เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าออกตามแนวชายแดนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการป้องกันโรคตามแนวชายแดน โดยไม่อนุญาตให้นำไก่ เป็ด ห่าน และนก รวมถึงไข่ที่ใช้สำหรับทำพันธุ์ และซากสัตว์ปีก ดังกล่าวจากประเทศกัมพูชาเข้าราชอาณาจักรจนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ ให้ด่านกักกันสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแนวชายแดน เช่น ศุลกากร ด่านตรวจคน เข้าเมือง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ ตรวจสอบ ตรวจค้นผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างละเอียดว่ามีการลักลอบนำสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ปีกเข้าราชอาณาจักรหรือไม่ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน เรือ รถเข็น ตลอดจนการเดินเท้าเข้ามา หากพบการกระทำผิดให้จับกุมดำเนินคดี ยึดของกลางเพื่อตรวจพิสูจน์ หากพบว่าเป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาดให้ทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ต่อไป และกำชับให้เจ้าหน้าที่ของด่านกักกันสัตว์ตั้งจุดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณจุดผ่านแดน โดยให้พ่นยานพาหนะทุกคันที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ตลอดจนรถเข็น โดยเน้นให้ฉีดพ่นด้วยเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อแรงดันสูงที่ล้อรถและบริเวณใต้ท้องรถ หากเป็นรถบรรทุกสัตว์ให้ฉีดพ่นทั้งบริเวณที่บรรทุกสัตว์ให้เปียกชุ่ม
อีกทั้งเน้นประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนบริเวณแนวชายแดน ตลอดจนผู้ที่เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรให้ระมัดระวังป้องกันโรคไข้หวัดนก ตลอดจนขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสการลักลอบนำเข้าสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีก ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณแนวชายแดนมีการพบปะหารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านโรคระบาดสัตว์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นประจำทั้งอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ และด่านกักกันสัตว์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลาดตระเวนดักซุ่มหาข่าวการลักลอบนำเข้าสัตว์และซากสัตว์เป็นประจำ พร้อมทั้งดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด
และสุดท้ายต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานทุกฝ่ายให้ดำเนินงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
………………………………………………………
ข้อมูล : สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กรมปศุสัตว์
แนะนำสนามไก่ชน : สนามกีฬาชนไก่อินโดจีน จังหวัดนครพนม
สนามกีฬาชนไก่อินโดจีน จังหวัดนครพนม " ดินแดนแห่งสุภาพบุรุษ
ตั้งอยู่ที่ บ้านน้อยใต้ เทศบาลเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
เลขที่ 100 / 10 บ้านน้อยใต้ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
โทร . 081 - 7997214 , 081 - 3696338 , 083 - 2848626
สนามกีฬาไก่ชนอินโดจีน นครพนม " สนาม 1 " ( สนามสังเวียนใหญ่ )
ที่นั่งริงไซต์ ราคา 100 บาท และ ทั่วไปราคา 50 บาท
แนะนำสนามไก่ชน : สนามกีฬาชนไก่ธารทิพย์ฟาร์ม
เป็นสนามชนไก่ที่ได้มาตรฐานอีกแห่ง เป้นสนามไก่ชนที่ตั้งอยู่ ภาคเหนือตอนล่าง ที่ จังหวัดเพชรบูรณ์
บริหารงานโดย
คุณวิทูร ฤกษ์สำรวจ (เหน่ง ) โทร 084-1844167
ที่อยู่ 17/1 หมู่ 10 ต. บุ่งน้ำเต้า อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์์ 67110
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
พยายามรวมนิตยสารไก่ชน มาให้ดูกันค่ะ
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สารคดีการเลี้ยงไก่ชน ขอขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่เอื้อเฟื้อวีดีโอสารคดีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง
ขอขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่เอื้อเฟื้อวีดีโอสารคดีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง
ขอบคุณ sakcarabao
ขอบคุณ sakcarabao
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
กีฬาไก่ชน กับ คนรุ่นใหม่ ขยายไปยังคนรุ่นใหม่โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 10
'กีฬาไก่ชน' กีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน พบว่าขณะนี้กำลังขยายไปยังคนรุ่นใหม่โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 10
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ไก่ชนในเมืองไทย “ มรดกของไทย “
ในอดีต พันธุ์ ไก่ชน ไทยเป็น “ มรดกของไทย “ มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์ มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือพันธุ์ “ ประดู่หางดำ ” และ “ เหลืองหางขาว ”
ในสมัยกรุงสุโขทัย ไก่ชนประดู่หางดำพันธุ์แสมดำ ได้ชื่อว่า “ ไก่พ่อขุน ” เนื่องจากว่าเป็นไก่ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงโปรด สมัยกรุงศรีอยุธยา

| ประดู่หางดำ |
ไก่เหลืองหางขาว
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำ “ ไก่เหลืองหางขาว ” จากบ้านกร่าง เมืองพิษณุโลก ไปชนชนะไก่ของพระมหาอุปราชาที่กรุงหงสาวดี ไก่พันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกัน ตามซุ้มที่เลี้ยง ไก่ชน มักจะมี ไก่ชนเหลืองหางขาว เลี้ยงไว้เพื่อเป็นไก่นำโชค และนิยมเรียกชื่อว่า “ ไก่เจ้าเลี้ยง ”
ประวัติไก่ชน 356 – 323 ปี ก่อนคริสตกาล
ไก่ชน มีประวัติเล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ( 356 – 323 ปี ก่อนคริสตกาล ) ซึ่งเป็นจอมจักรพรรดิของกรีก ได้กรีธาทัพแผ่อิทธิพลขยายอาณาจักรเข้ามายังประเทศอินเดีย มีเรื่องเล่ากันว่าแม่ทัพนายกองได้เห็น การชนไก่ ที่อินเดีย จึงได้นำ ไก่ชน ไปขยายพันธุ์ ณ เมือง อเล็กซานเดรีย ซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากนั้นได้นำไก่ที่ขยายพันธุ์ได้ไปฝึกให้มีชั้นเชิงการต่อสู้แบบโรมัน เพื่อนำไปต่อสู้ในสนามโคลีเซียม
T
.
เมื่ออังกฤษปกครองอินเดียได้นำ ไก่ชน จากอินเดียเข้าไปเผยแพร่ในอังกฤษ โดยยอมรับว่า กีฬาไก่ชน เป็นเกมกีฬาที่ควรได้รับความนิยมจากบุคคลชั้นสูงเช่นเดียวกับการแข่งม้าและฟันดาบ นอกจากนี้ กีฬาชนไก่ ยังได้เผยแพร่เข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ไก่ชนในเอเซีย
กีฬา ไก่ชน หรือ ตีไก่ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเซีย เช่น ไทย พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย การชนไก่ ในแถบเอเซียมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และเชื่อว่า ไก่ชน มีพัฒนาการมาจาก ไก่ป่า ซึ่งมนุษย์นำมาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารประจำบ้าน เมื่อ ไก่ป่า มาอยู่กับคนนานเข้า ก็ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นิสัยประจำตัวของไก่คือหวงถิ่นที่อยู่ ถ้ามีไก่ตัวอื่นๆ ข้ามถิ่นเข้ามาก็จะออกปกป้องที่อยู่อาศัย หรือเมื่อมีการแย่งผสมพันธุ์กับตัวเมีย ไก่ตัวผู้ก็จะตีกัน ซึ่งทำให้เกิดการถือหางกันระหว่างเจ้าของไก่ และด้วยนิสัยของนักพนันจึงทำให้มีการแข่งขันกัน การพัฒนาสายพันธุ์ของ ไก่ป่า จึงมีวิวัฒนาการเรื่อยมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










